"The determined man finds the way, the other finds an excuse or alibi."
Tuesday, September 26, 2006
ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว
Friday, August 25, 2006
....10 สิ่งที่หายไป ...
1.ละครหลังข่าว และ วีซีดี หนังเรื่องใหม่ๆ - เป็นสิ่งที่ขาดหายไปโดยปริยาย เพราะว่า เวลาดังกล่าวเราต้องหมกอยู่กับโต๊ะหนังสือของเรา กับกองหนังสือ การบ้าน และอีกแสนล้าน ส่วนวีซีดีหนังนั้น ตัดออกไปได้เลย ไม่ใช่ว่าไม่มีเวลา แต่ถ้าเราเอาเวลาไปใช้ดูหนัง เราจะรู้สึกเสียดายเวลาทีหลัง แต่ก็สามารถไปดูหนังโรงหรือที่บ้านได้บางครั้งบางคราว
2.การออกกำลังกาย - สังเกตุว่า ถ้าเราไม่อ้วนขึ้น ก็ผอมแห้งไปเลย เพราะเราใช้สมองทำงานมาก ก็ต้องกินมาก แต่บางคน ไม่มีเวลากินเลย และต่างคน ต่างขาดการออกกำลังกาย เพราะว่า เวลามันไม่มีนะสิ ทำให้ร่างกายทรุดโทรมกันได้
3.แชทอินเตอร์เน็ต - เป็นสิ่งที่ต้องตัดไปโดยไม่ต้องคำนึงถวิลหา แต่อย่างใด เราจะทำได้เมื่อแตะคอม คือ ทำรายงาน และ หาข้อมูลการศึกษาเท่านั้น
4.เพื่อนบางคนและการท่องเที่ยว - ไม่ใช่แค่เพื่อนที่อยู่ไกลๆเท่านั้น ขนาดเพื่อนที่บ้านติดกันเรา ยังแทบไม่ได้เจอกันเลย เพราะว่าเราต้องเรียนตัวเป็นเกลียว เรียนเสร็จเรียนพิเศษ ต่อด้วยการบ้าน และอื่นๆ มากมาย รุ่งขึ้นก็วนวัฏจักรนั้นอีก ไปเรื่อยๆ เราจะเจอมันบ่อยก็คือ เพื่อนที่โรงเรียน และที่เรียนพิเศษ ส่วนเวลาเที่ยวนะเหรอ ฝันไปเหอะ
5.งานพิเศษ - ส่วนมาก ใครที่เคยทำงานพิเศษกันมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นจ๊อบเล็กๆน้อยๆ หรือ ใหญ่ ๆ ต่างถูกบังคับให้เลิก ต้องเรียนในช่วงม.6 เพราะ พ่อแม่กลัวว่า จะเสียการเรียน จริงๆแล้ว เราก็ไม่มีเวลาเหมือนกันแหละ
6.การตื่นสายและการเข้านอนแต่หัววัน - ถ้าขืนยังตื่นสายกันอยู่ ก็จะ ไม่ทันคนอื่นแน่ๆ ต้องตื่นเช้า ตื่นเช้า และตื่นเช้า ส่วนจะเข้านอนแต่หัววันนั้น ก็หาได้ยาก ยกเว้นว่าจะไม่สบายหรือว่าเหนื่อยจากโปรเจกใหญ่ๆเท่านั้น
7.หนังสือการ์ตูน - เมื่อก่อนนั้นการฆ่าเวลาของเราส่วนใหญ่ก็ต้องมีการอ่านการ์ตูนอยู่ด้วย แต่ว่า ทุกวันนี้ ไม่มีเวลาให้ฆ่าแล้ว การ์ตูนก็ค่อยๆบ้าย บายเราไปในที่สุด
8.ร้านโต้รุ่งขำๆตอนสาม-สี่ทุ่มและงานสังสรรค์ - รวมไปถึงการเดินห้างด้วย ไม่มีเวลา เว้ยย อยากจะไปใจจะขาดอยู่แล้ว
9.พระอาทิตย์ตกดินและการขับรถชมวิว - เมื่อเวลา อาทิตย์จะคล้อยลับแนวภูเขาและเหลี่ยมตึกลงไป เราต่างต้องอยู่ในที่เรียนพิเศษ ไม่ก็โต๊ะเขียนหนังสือ หรือกำลังพิมพ์คอมกันอยู่ ไว้สอบเสร็จค่อยนั่งดูกันให้เต็มๆตา และขับรถชมวิวให้สบายใจเฉิบเลย
10.เงินเก็บ - เนื่องจากว่าในช่วง ม.6นี้เราต้องจ่ายค่านั่นค่านี่ ค่าสอบ ค่ารายงานกลุ่ม ค่าอะไรจิปาถะ ทำให้เงินเก็บเราต้องร่อยหรอลงไป แต่ก็อย่าเสียดาย เพื่ออนาคตเราทั้งน้านนน รวมถึงอื่นๆอีกจิปาถะเล็กน้อยๆ
และ ....10 สิ่งที่จะเข้ามาแทน ...
1.อาการเหนื่อยสายตัวแทบขาด - เนื่องมากจากการเรียนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเรียนพิเศษหรือเรียนโรงเรียน รวมถึงการทำงานต่างๆด้วย เหนื่อยจริงๆ
2.อาการร้อนในและสิว - ตามมาเนื่องจากเหนื่อยและไม่ได้พักผ่อน และการนอนดึก (เป็นมาแล้ววว) และสิว
3.ความงามบนโต๊ะหนังสือ - เมื่อก่อนเราจะเจอโต๊ะหนังสือในห้องนอนแบบผ่านๆ ตอนกลับมาจากโรงเรียนและก่อนไปโรงเรียน แต่ช่วงนี้ เราจะใช้เวลาบนโต๊ะหนังสือ วันละ 5 ชั่วโมงขึ้น ทำให้มันดูมีเสน่ห์ทันตาเห็น
4.เราจะตรงต่อเวลา - และจะกระตือรือร้นด้วย เพราะถ้าพลาดไปนิดเดียว น่าเสียดายจะเช่น สมัครสอบไม่ทัน เข้าเรียนพิเศษไม่ทัน ทำให้พลาดข้อที่ยากที่สุด ซึ่งเราก็ งง
5.ท้องเสียและอาหารเป็นพิษ - เนื่องจากเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นมีอะไร ก็กินๆกันไปก่อน โดยไม่ได้ใส่ใจว่า สะอาดหรือว่าเราแพ้มันหรือไม่ ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษและท้องเสียในที่สุด (เราเคย)
6.การถอนหายใจบ่อยๆ - อันเนื่องมากจากการเหนื่อยนั่งเอง ผมก็เป็นบ่อยๆ แต่ ถอนหายใจแล้วมัน สบายใจดีนะ
7.เวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว - จริงแท้ ล้าน เปอร์เซนต์ เวลามันจะผ่านไปเร็วมาก ใครที่ไม่ได้วางแผนไว้จะตั้งตัวไม่ทัน แล้วจะอึ้ง
8.เวลาเดินขึ้นบันได จะเหนื่อย - สักสี่ชั้นขึ้นไป จะอ่อนแรงกันแล้ว มันเป็นแบบนั้นจริงๆ พระเจ้า ช่วย
9.จะเห็นสิ่งที่คนอื่นทำนอกเหนือจากการเรียนเป็นเรื่องไร้สาระ - เช่น ดูหนัง อ่านการ์ตูน เล่นเน็ต เช็คเมล์ เป็นต้น จริงๆนะครับเจ้านาย
10.จะมีโลกส่วนตัวมากขึ้น - เนื่องมาจากต้องเรียน เรียน แล้วก็เรียน เพื่อนและสังคมภายนอกจะหายไปในที่สุด ควมถึงอื่นๆอีกจิปาถะเล็กน้อย
Friday, August 04, 2006
Friday, July 14, 2006
Friday, June 23, 2006
Wednesday, June 07, 2006
9วิธีเอาชนะอุปสรรคในชีวิต
๑.มีความฝันและจินตนาการที่ดีเข้าไว้ ชีวิตถ้าขาดความฝันก็แห้งแล้ง เราต้องฝันว่า เรามีหนทางชนะอุปสรรค ความฝันที่ดีเหล่านี้จะทำให้เราเกิดกำลังใจ และอยากทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป
๒.คิดว่าทุกอย่างมีความเป็นไปได้ พุทธศาสนาสอนว่า ทุกอย่างในโลกนี้มันเป็นอนิจจัง คือไม่แน่นอน ฉะนั้นความเป็นไปไม่ได้ ชีวิตคุณมีโอกาสเป็นไปได้ทั้งนั้นจงเลิกพูดของคนที่เกิดมาเพื่อจะแพ้ และแพ้ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มลงมือทำเสียอีก
๓.อย่าคิดถึงปมด้วยของตัวเอง เพราะการนึกถึงปมด้วยของตัวเอง จะเป็นตัวฉุดให้คุณ หยุดทำกิจกรรมที่สร้างสรร คุณจะขาดความกล้าหาญ ขาดพลังจงคิดว่าปมด้วยเป็นความปกติของชีวิตเราไม่ได้ แตกต่างและไม่ได้ด้อยกว่าใครๆ ไม่เป็นคนสมบูรณ์แบบหรอก และไม่มีใครที่ไม่มีความบกพร่องเลยเช่นกัน
๔.ปลุกความกล้าให้เกิดขึ้นเสมอ จงลดความกลัวเหตุการณ์หรือผู้คนต่างๆ เสีย แล้ว บอกกับตัวเองว่าคุณเป็นคนกล้าหาญ จงหัดปฏิเสธความกลัวบ่อยๆและบอกกับตัวเองว่าคุณกล้ามากขึ้นๆ ความกลัวต่างๆ จะจางไปจากตัวคุณเอง
๕.มองจุดดีหรือจุดเด่นของตัวเองให้พบและเลิกดูถูกตัวเองเสียที คนเรามีทั้งดีและ ไม่ดีถ้าคุณคอยจับผิดตัวเอง มองแต่สิ่งที่คิดว่าไม่ดี คุณก็จะมองเห็น
๖.มีความรักเพื่อนมนุษย์ให้มากขึ้น ให้ลดความเกลียดชังหรือความโกรธเพื่อนมนุษย์ เพราะถ้าคุณยิ่งเกลียดและโกรธเท่ากับคุณสร้างศัตรูทุกวันๆและมากขึ้นๆ ตามจำนวนความเกลียดและความโกรธของคุณถ้าคุณเข้าใจและยอมรับในความบกพร่องของเพื่อนมนุษย์ที่มีสาเหตุมาจากสันดานดิบ ของแต่ละคนที่หลงเหลืออยุ่ ร่วมกับความไม่รู้ของแต่ละคน ซึ่งมีกันทุกคน คุณก็จะโกรธเขาน้อยลง และจะ ยอมรับเขาได้มากขึ้นว่า เขาจะมีความทุกข์จากสิ่งบกพร่องของเขานั่นเอง อย่าให้ความบกพร่องของเขา มาทำลายความสุขของชีวิตคุณเลย เราจะให้อภัยเขาได้ เพราะเข้าใจถึงความบกพร่องของเขาได้แล้ว แค่นี้ ก็ถื่อว่าคุณมีความรักให้เพื่อนมนุษย์ได้มากขึ้นแล้ว
๗.มีทัศนคติที่ดีต่อโลกและชีวิต อย่ามองโลกในแง่ความจริงทั้งหมด เพราะชีวิตจะแห้งแล้ง จงมีความเชื่อที่ดี จงมีความหวังที่ดี และจงมีความรักที่ดี ทั้ง ๓ ตัวนี้จะทำให้คุณมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิต ทั้งของตัวเองและคนอื่น จะทำให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
๘.ถ่อมตน อย่าหยิ่งหรือจองหอง ความถ่อมตนจะทำให้เกิดสติปัญญา ความถ่อมตนจะ ทำให้เราไม่เหลิงถ้าเราเป็นผู้ชนะ และความถ่อมตนจะทำให้เราไม่เจ็บปวดมากถ้าเราเป็นผู้แพ้
๙.หมั่นศึกษาและเลียนแบบ บุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง โดยการอ่าน การฟัง หรือ การไต่ถาม ประสบการณ์ชีวิตของคนเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมามากมาย ถ้าเราได้ศึกษา เราจะเกิดกำลังใจและอยากเลียนแบบอย่าง














